วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

รักสงบ บทสวดมนต์ EP2. บทสวดมนต์ ทำวัตรเย็น คำแปล

  คำบูชาพระรัตนตรัย 



คลิปวีดีโอบทสวดมนต์ ทำวัตรเย็น คำแปล



โย โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ,

พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น พระองค์ใด, เป็นพระอรหันต์, ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์สิ้นเชิง, ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง


ส๎วากขาโต เยนะ ภะคะวะตา ธัมโม,     

พระธรรม เป็นธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์ใด, ตรัสไว้ดีแล้ว


สุปะฏิปันโน ยัสสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,        

พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์ใด, ปฏิบัติดีแล้ว


ตัมมะยัง ภะคะวันตัง สะธัมมัง สะสังฆัง,อิเมหิ สักกาเรหิ ยะถาระหัง อาโรปิเตหิ อะภิปูชะยามะ   

ข้าพเจ้าทั้งหลาย, ขอบูชาอย่างยิ่งซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น,พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์,ด้วยเครื่องสักการะทั้งหลายเหล่านี้, อันยกขึ้นตามสมควรแล้วอย่างไร


สาธุ โน ภันเต ภะคะวา สุจิระปะรินิพพุโตปิ,           

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ,  พระผู้มีพระภาคเจ้า  แม้ปรินิพพานนานแล้ว, ทรงสร้างคุณอันสำเร็จประโยชน์  ไว้แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย


ปัจฉิมา  ชะนะตานุกัมปะมานะสา,        

ทรงมีพระหฤทัยอนุเคราะห์แก่ข้าพเจ้า อันเป็นชนรุ่นหลัง


อิเม สักกาเร ทุคคะตะปัณณาการะภูเต ปะฏิคคัณหาตุ,

ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าจงรับเครื่องสักการะ อันเป็นบรรณาการ  ของคนยากทั้งหลายเหล่านี้


อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ,     

เพื่อประโยชน์และความสุข  แก่พวกข้าพเจ้าทั้งหลาย ตลอดกาลนาน เทอญฯ


อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา,         

พระผู้มีพระภาคเจ้า, เป็นพระอรหันต์, ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์สิ้นเชิง, ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง


พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ,    

ข้าพเจ้าอภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า, ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน (กราบ)


ส๎วากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม,      

พระธรรมเป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า, ตรัสไว้ดีแล้ว


ธัมมัง นะมัสสามิ        

ข้าพเจ้านมัสการพระธรรม (กราบ)


สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, 

พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า, ปฏิบัติดีแล้ว


สังฆัง นะมามิ  

ข้าพเจ้านอบน้อมพระสงฆ์ (กราบ)



ปุพพะภาคะนะมะการะ


(หันทะ มะยัง พุทธัสสะ ภะคะวะโต ปุพพะภาคะนะมะการัง กะโรมะ เส)

เชิญเถิด เราทั้งหลาย ทำความนอบน้อมอันเป็นส่วนเบื้องต้น แด่พระผู้มีพระภาคเจ้าเถิด


นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต,

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น


อะระหะโต, 

ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส             


สัมมาสัมพุทธัสสะ     

ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง


นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต,

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น


อะระหะโต, 

ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส             


สัมมาสัมพุทธัสสะ     

ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง


นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต,

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น


อะระหะโต, 

ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส             


สัมมาสัมพุทธัสสะ     

ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง



พุทธานุสสติ


(หันทะ มะยัง พุทธานุสสะตินะยัง กะโรมะ เส)


ตัง โข ปะนะ ภะคะวันตัง เอวัง กัลยาโณ กิตติสัทโท อัพภุคคะโต,

ก็กิตติศัพท์อันงามของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น, ได้ฟุ้งไปแล้วอย่างนี้ว่า


อิติปิ โส ภะคะวา,                 

เพราะเหตุอย่างนี้ๆ, พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น


อะระหัง,                                

เป็นผู้ไกลจากกิเลส


สัมมาสัมพุทโธ,                   

เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง


วิชชาจะระณะสัมปันโน,      

เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ


สุคะโต,                                   

เป็นผู้ไปแล้วด้วยดี


โลกะวิทู,                                

เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง


อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ,   

เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้  อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า


สัตถา เทวะมะนุสสานัง,      

เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย


พุทโธ,                          

เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน  ด้วยธรรม


ภะคะวา ติ              

เป็นผู้มีความจำเริญ  จำแนกธรรม  สั่งสอนสัตว์, ดังนี้


พุทธาภิคีติ

(หันทะ มะยัง พุทธาภิคีติง กะโรมะ เส)


พุทธะวาระหันตะวะระตาทิคุณาภิยุตโต,         

พระพุทธเจ้าประกอบด้วยคุณ, มีความประเสริฐ  แห่งอรหันตคุณเป็นต้น


สุทธาภิญาณะกะรุณาหิ สะมาคะตัตโต,        

มีพระองค์อันประกอบด้วย    พระญาณ, และพระกรุณาอันบริสุทธิ์


โพเธสิ โย สุชะนะตัง กะมะลังวะ สูโร,         

พระองค์ใดทรงกระทำชนที่ดี    ให้เบิกบาน, ดุจอาทิตย์ทำบัวให้บาน


วันทามะหัง ตะมะระณัง สิระสา ชิเนนทัง,     

ข้าพเจ้าไหว้พระชินสีห์ผู้ไม่มีกิเลสพระองค์นั้น  ด้วยเศียรเกล้า


พุทโธ โย สัพพะปาณีนัง สะระณัง เขมะมุตตะมัง,  

พระพุทธเจ้าพระองค์ใดเป็นสะระณะอันเกษมสูงสุด  ของสัตว์ทั้งหลาย


ปะฐะมานุสสะติฏฐานัง วันทามิ ตัง สิเรนะหัง,        

ข้าพเจ้าไหว้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น  อันเป็นที่ตั้งแห่งความระลึกองค์ที่หนึ่ง   ด้วยเศียรเกล้า


พุทธัสสาหัส๎มิ ทาโสวะ พุทโธ เม สามิกิสสะโร,         

ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระพุทธเจ้า, พระพุทธเจ้าเป็นนาย  มีอิสระเหนือข้าพเจ้า,


พุทโธ ทุกขัสสะ ฆาตา จะ วิธาตา จะ หิตัสสะ เม,  

พระพุทธเจ้าเป็นเครื่องกำจัดทุกข์, และทรงไว้ซึ่งประโยชน์แก่ข้าพเจ้า


พุทธัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง,    

ข้าพเจ้ามอบกายถวายชีวิตนี้   แด่พระพุทธเจ้า


วันทันโตหัง จะริสสามิ, 

พุทธัสเสวะ สุโพธิตัง,  

ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่จักประพฤติตาม, ซึ่งความตรัสรู้ดี   ของพระพุทธเจ้า


นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง, พุทโธ เม สะระณัง วะรัง,       

สะระณะอื่นของข้าพเจ้าไม่มี, พระพุทธเจ้าเป็นสะระณะอันประเสริฐ  ของข้าพเจ้า


เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ วัฑเฒยยัง สัตถุสาสะเน,     

ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้, ข้าพเจ้าพึงเจริญในพระศาสนา  ของพระศาสดา


พุทธัง เม วันทะมาเนนะ ยัง ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ 

ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ซึ่งพระพุทธเจ้า, ได้ขวนขวายบุญใด ในบัดนี้


สัพเพปิ อันตะรายา เม, มาเหสุง ตัสสะ เตชะสา    

อันตรายทั้งปวงอย่าได้มี แก่ข้าพเจ้า   ด้วยเดชแห่งบุญนั้น


(หมอบลง)

กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา,           

ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี


พุทเธ กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง,             

กรรมน่าติเตียนอันใด ที่ข้าพเจ้ากระทำแล้ว ในพระพุทธเจ้า


พุทโธ ปะฏิคคัณ๎หะตุ อัจจะยันตัง,   

ขอพระพุทธเจ้าจงงดซึ่งโทษล่วงเกินอันนั้น


กาลันตะเร สังวะริตุง วะ พุทเธ  

เพื่อการสำรวมระวัง ในพระพุทธเจ้า ในกาลต่อไป.


ธัมมานุสสติ

(หันทะ มะยัง ธัมมานุสสะตินะยัง กะโรมะ เส)


ส๎วากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม,      

พระธรรมเป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสไว้ดีแล้ว


สันทิฏฐิโก,         

เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติพึงเห็นได้ด้วยตนเอง


อะกาลิโก,          

เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ ไม่จำกัดกาล


เอหิปัสสิโก,        

เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกะผู้อื่นว่า ท่านจงมาดูเถิด


โอปะนะยิโก,      

เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว


ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติ        

เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน, ดังนี้.



ธัมมาภิคีติ

(หันทะ มะยัง ธัมมาภิคีติง กะโรมะ เส)


ส๎วากขาตะตาทิคุณะโยคะวะเสนะ เสยโย,      

พระธรรมเป็นสิ่งที่ประเสริฐเพราะประกอบด้วยคุณ, คือความที่พระผู้มีพระภาคเจ้า  ตรัสไว้ดีแล้วเป็นต้น


โย มัคคะปากะปะริยัตติวิโมกขะเภโท,  

เป็นธรรมอันจำแนก  เป็นมรรค  ผลปริยัติ  และนิพพาน


ธัมโม กุโลกะปะตะนา ตะทะธาริธารี,    

เป็นธรรมทรงไว้ซึ่งผู้ทรงธรรม จากการตกไปสู่โลกที่ชั่ว


วันทามะหัง ตะมะหะรัง วะระธัมมะเมตัง,      

ข้าพเจ้าไหว้พระธรรม อันประเสริฐนั้น อันเป็นเครื่องขจัดเสียซึ่งความมืด


ธัมโม โย สัพพะปาณีนัง สะระณัง เขมะมุตตะมัง,  

พระธรรมใดเป็นสะระณะอันเกษมสูงสุด  ของสัตว์ทั้งหลาย


ทุติยานุสสะติฏฐานัง วันทามิ ตัง สิเรนะหัง,   

ข้าพเจ้าไหว้พระธรรมนั้นอันเป็นที่ตั้งแห่งความระลึก  องค์ที่สอง  ด้วยเศียรเกล้า


ธัมมัสสาหัส๎มิ ทาโสวะ ธัมโม เม   สามิกิสสะโร,                  

ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระธรรม, พระธรรมเป็นนาย   มีอิสระเหนือข้าพเจ้า


ธัมโม ทุกขัสสะ ฆาตา จะ วิธาตา จะ หิตัสสะ เม,   

พระธรรมเป็นเครื่องกำจัดทุกข์, และทรงไว้ซึ่งประโยชน์แก่ข้าพเจ้า


ธัมมัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง,    

ข้าพเจ้ามอบกายถวายชีวิตนี้   แด่พระธรรม


วันทันโตหัง จะริสสามิ, ธัมมัสเสวะ สุธัมมะตัง,           

ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่จักประพฤติตาม, ซึ่งความเป็นธรรมดีของพระธรรม


นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง, ธัมโม เม สะระณัง วะรัง,       

สะระณะอื่นของข้าพเจ้าไม่มี, พระธรรมเป็นสะระณะอันประเสริฐ   ของข้าพเจ้า


เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ, วัฑเฒยยัง สัตถุสาสะเน,    

ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้, ข้าพเจ้าพึงเจริญในพระศาสนา  ของพระศาสดา


ธัมมัง เม วันทะมาเนนะ ยัง ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ 

ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ซึ่งพระธรรม, ได้ขวนขวายบุญใดในบัดนี้


สัพเพปิ อันตะรายา เม, มาเหสุง ตัสสะ เตชะสา    

อันตรายทั้งปวงอย่าได้มี แก่ข้าพเจ้า  ด้วยเดชแห่งบุญนั้น.

                                                   


(หมอบลง)

กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา,           

ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี


ธัมเม กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง,                  

กรรมน่าติเตียนอันใดที่ข้าพเจ้ากระทำแล้วในพระธรรม


ธัมโม ปะฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง,         

ขอพระธรรมจงงดซึ่งโทษล่วงเกินอันนั้น


กาลันตะเร สังวะริตุง วะ ธัมเม

เพื่อการสำรวมระวังในพระธรรมในกาลต่อไป


สังฆานุสสติ

(หันทะ มะยัง สังฆานุสสะตินะยัง กะโรมะ เส)


สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, 

สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด, ปฏิบัติดีแล้ว


อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,        

สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด, ปฏิบัติตรงแล้ว


ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,  

สงฆ์สาวกของพระผู้มี พระภาคเจ้า หมู่ใด,ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรม  เป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว


สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,   

สงฆ์สาวกของพระผู้มี พระภาคเจ้าหมู่ใด, ปฏิบัติสมควรแล้ว


ยะทิทัง,              

ได้แก่บุคคลเหล่านี้คือ 


จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา,    

คู่แห่งบุรุษ ๔ คู่, นับเรียงตัวบุรุษได้ ๘ บุรุษ


เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,   

นั่นแหละ สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า


อาหุเนยโย,                  

เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะ  ที่เขานำมาบูชา


ปาหุเนยโย,                  

เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะ  ที่เขาจัดไว้ต้อนรับ


ทักขิเณยโย,                 

เป็นผู้ควรรับทักษิณาทาน


อัญชะลิกะระณีโย,      

เป็นผู้ที่บุคคลทั่วไป  ควรทำอัญชลี


อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ

เป็นเนื้อนาบุญของโลก, ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ดังนี้


สังฆาภิคีติ

(หันทะ มะยัง สังฆาภิคีติง กะโรมะ เส)


สัทธัมมะโช สุปะฏิปัตติคุณาทิยุตโต,     

พระสงฆ์ที่เกิดโดยพระสัทธรรม, ประกอบด้วยคุณ  มีความปฏิบัติดีเป็นต้น


โยฏฐัพพิโธ อะริยะปุคคะละสังฆะเสฏโฐ,         

เป็นหมู่แห่งพระอริยบุคคล    อันประเสริฐแปดจำพวก


สีลาทิธัมมะปะวะราสะยะกายะจิตโต,             

มีกายและจิตอันอาศัยธรรม      มีศีลเป็นต้นอันบวร


วันทามะหัง ตะมะริยานะ คะณัง สุสุทธัง,       

ข้าพเจ้าไหว้หมู่แห่งพระอริยเจ้าเหล่านั้น อันบริสุทธิ์ด้วยดี


สังโฆ โย สัพพะปาณีนัง สะระณัง เขมะมุตตะมัง,   

พระสงฆ์หมู่ใดเป็น สะระณะอันเกษมสูงสุด  ของสัตว์ทั้งหลาย


ตะติยานุสสะติฏฐานัง วันทามิ ตัง สิเรนะหัง,   

ข้าพเจ้าไหว้พระสงฆ์หมู่นั้น   อันเป็นที่ตั้งแห่งความระลึก  องค์ที่สาม  ด้วยเศียรเกล้า


สังฆัสสาหัส๎มิ ทาโสวะ สังโฆ เม สามิกิสสะโร,         

ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระสงฆ์, พระสงฆ์เป็นนาย  มีอิสระเหนือข้าพเจ้า


สังโฆ ทุกขัสสะ ฆาตา จะ วิธาตา จะ หิตัสสะ เม,   

พระสงฆ์เป็นเครื่องกำจัดทุกข์, และทรงไว้ซึ่งประโยชน์แก่ข้าพเจ้า


สังฆัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง,    

ข้าพเจ้ามอบกายถวายชีวิตนี้   แด่พระสงฆ์


วันทันโตหัง จะริสสามิ, สังฆัสโสปะฏิปันนะตัง,         

ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่จักประพฤติตาม, ซึ่งความปฏิบัติดีของพระสงฆ์


นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง, สังโฆ เม สะระณัง วะรัง,        

สะระณะอื่นของข้าพเจ้าไม่มี, พระสงฆ์เป็นสะระณะอันประเสริฐ  ของข้าพเจ้า


เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ, วัฑเฒยยัง สัตถุ สาสะเน,  

ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้, ข้าพเจ้าพึงเจริญในพระศาสนา  ของพระศาสดา


สังฆัง เม วันทะมาเนนะ ยัง ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ,

ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ซึ่งพระสงฆ์, ได้ขวนขวายบุญใด ในบัดนี้


สัพเพปิ อันตะรายา เม, มาเหสุง ตัสสะ เตชะสา.   

อันตรายทั้งปวงอย่าได้มี แก่ข้าพเจ้า  ด้วยเดชแห่งบุญนั้น.

                                                    


(หมอบลง)

กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา,          

ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี


สังเฆ กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง,          

กรรมน่าติเตียนอันใดที่ข้าพเจ้าได้กระทำแล้วในพระสงฆ์


สังโฆ ปะฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง,         

ขอพระสงฆ์ จงงดซึ่งโทษล่วงเกินอันนั้น


กาลันตะเร สังวะริตุง วะ สังเฆ.    

เพื่อการสำรวมระวัง ในพระสงฆ์ในกาลต่อไป


อะตีตะปัจจะเวกขะณะ 

(หันทะ มะยัง อะตีตะปัจจะเวกขะณะ ปาฐัง ภะณามะ เสฯ)


อัชชะ มะยา อะปัจจะเวกขิตา ยัง จีวะรัง ปะริภุตตัง

จีวรใดอันเรานุ่งห่มแล้ว ไม่ทันพิจารณาในวันนี้


ตัง ยาวะเทวะ สีตัสสะ ปะฎิฆาตายะ

จีวรนั้นอันเรานุ่งห่มแล้ว เพียงเพื่อบำบัดความหนาว


อุณหัสสะ ปะฎิฆาตายะ

เพียงเพื่อบำบัดความร้อน


ฑังสะมะกะสะวาตาตะปะสิริง สะปะสัมผัสสานัง ปะฎิฆาตายะ

เพียงเพื่อบำบัดสัมผัสอันเกิดจาก เหลือบ ยุง ลม แดด และสัตว์เลื้อยคลานทั้งหลาย


ยาวะเทวะ หิริโกปินะปะฎิจฉาทะนัตถังฯ

และเพียงเพื่อปกปิดอวัยวะอันทำให้เกิดความละอาย


อัชชะ มะยา อะปัจจะเวกขิตวา โย ปิณฑะปาโต ปะริภุตโต  

บิณฑบาตรใดอันเราฉันแล้ว ไม่ทันพิจารณาในวันนี้


โส เนวะทวายะ 

 บิณฑบาตรนั้นอันเราฉันแล้ว  ไม่ใช่เป็นไปเพื่อความเพลิดเพลินสนุกสนาน


นะ มะทายะ 

ไม่ใช่เป็นไปเพื่อความเมามัน เกิดกำลังพลังทางกาย


นะมัณฑะนายะ  

ไม่ใช่เป็นไปเพื่อประดับ


นะ วิภูสะนายะ  

ไม่ใช่เป็นไปเพื่อตกแต่ง


ยาวะเทวะ อิมัสสะ กายัสสะ ฐิติยา

แต่ให้เป็นไปเพียงเพื่อความตั้งอยู่ได้ แห่งกายนี้


ยาปะนายะ 

เพื่อความเป็นไปได้ของอัตภาพ


วิหิงสุปะระติยา 

เพื่อความสิ้นไปแห่งความลำบากทางกาย


พรัหมจะริยานุคคะหายะ

เพื่ออนุเคราะห์แก่การปรพฤติพรหมจรรย์


อิติ ปุราณัญจะ เวทะนัง ปะฎิหังขามิ

ด้วยการทำอย่างนี้ เราย่อมระงับเสียได้ซึ่งทุกขเวทนาเก่า คือความหิว


นะวัญจะ เวทะนัง นะ อุปปาเทสสามิ

และไม่ทำทุกขเวทนาใหม่ให้เกิดขึ้น


ยาตรา จะ เม ภะวิสสะติ อะนะวัชชะตา จะ ผาสุวิหาโร จาติ

ความเป็นไปได้โดยสะดวกแห่งอัตภาพนี้ด้วย ความเป็นผู้หา

โทษมิได้ด้วย และความเป็นอยู่โดยผาสุขด้วย จักมีแก่เราดังนี้


อัชชะ มะยา อะปัจจะเวกขิตวา ยัง เสนาสะนัง ปะริภุตตัง

เสนาสนะใด อันเราใช้สอยแล้ว ไม่ทันพิจารณาในวันนี้ตัง  


ตังยาวะเทวะ สีตัสสะ ปะฎิฆาตายะ

เสนาสนะนั้นเราใช้สอยแล้ว เพียงเพื่อบำบัดความหนาว


อุณหัสสะ ปะฎิฆาตายะ

เพียงเพื่อบำบัดความร้อน


ฑังสะมะกะสะวาตา ตะปะสิริง สะปะสัมผัสสานัง ปะฎิฆาตายะ

เพียงเพื่อบำบัดสัมผัสอันกิดจาก เหลือบ ยุง ลม แดด และสัตว์เลื้อยคลานทั้งหลาย


ยาวะเทวะ อุตุปะริสสะยะวิโนทะนัง ปะฎิสัลลานารามัตถัง

เพียงเพื่อบรรเทาอันตรายอันจะพึงมีจากดิน ฟ้า อากาศ และ

เพื่อความเป็นผู้ยินดีอยู่ได้ในที่หลีกเร้นสำหรับภาวนา


อัชชะ มะยา อะปัจจะเวกขิตวา โย คิลานะปัจจะยะเภสัชชะปะริกขาโร ปะริภุตโตฯ

 คิลานะเภสัชใดอันเราบริโภคแล้ว ไม่ทันพิจารณาในวันนี้


โส ยาวะเทวะ อุปปันนานัง เวยยาพาธิกานัง เวทะนานัง ปะฎิฆาตายะ

 คิลานะเภสัชบริขารนั้นเราบริโภคแล้ว เพียงเพื่อบำบัดทุกขเวทนา

 อันบังเกิดขึ้นแล้ว มีอาพาธต่างๆ เป็นมูล


(หันทะ มะยัง อุททิสะนาธิฏฐานะคาถาโย ภะณามะ เส)


อิมินา ปุญญะกัมเมนะ

ด้วยบุญนี้อุทิศให้


อุปัชฌายา คุณุตตะรา

อุปัชฌาย์ผู้เลิศคุณ


อาจะริยูปะการา จะ

แลอาจารย์ผู้เกื้อหนุน


มาตาปิตา จะ ญาตะกา

ทั้งพ่อแม่แลปวงญาติ


สุริโย จันทิมา ราชา

สูรย์จันทร์และราชา


คุณะวันตา นะราปิ จะ

ผู้ทรงคุณหรือสูงชาติ


พรัหมะมารา จะ อินทา จะ

พรหมมารและอินทราช


โลกะปาลา จะ เทวะตา

ทั้งทวยเทพและโลกบาล


ยะโม มิตตา มะนุสสา จะ

ยมราชมนุษย์มิตร


มัชฌัตตา เวริกาปิ จะ

ผู้เป็นกลางผู้จ้องผลาญ


สัพเพ สัตตา สุขี โหนตุ

ขอให้เป็นสุขศานติ์ทุกทั่วหน้าอย่าทุกข์ทน


ปุญญานิ ปะกะตานิ เม

บุญผองที่ข้าทำจงช่วยอำนวยศุภผล


สุขัง จะ ติวิธัง เทนตุ

ให้สุขสามอย่างล้น


ขิปปัง ปาเปถะ โวมะตัง

ให้ลุถึงนิพพานพลัน


อิมินา ปุญญะกัมเมนะ

ด้วยบุญนี้ที่เราทำ


อิมินา อุททิเสนะ จะ

แลอุทิศให้ปวงสัตว์


ขิปปาหัง สุละเภ เจวะ

เราพลันได้ซึ่งการตัด


ตัณหุปาทานะ เฉทะนัง

ตัวตัณหาอุปาทาน


เย สันตาเน หินา ธัมมา

สิ่งชั่วในดวงใจ


ยาวะ นิพพานะโต มะมัง

กว่าเราจะถึงนิพพาน


นัสสันตุ สัพพะทา เยวะ

มลายสิ้นจากสันดาน


ยัตถะ ชาโต ภะเว ภะเว

ทุกๆภพที่เราเกิด


อุชุจิตตัง สะติปัญญา

มีจิตตรงและสติทั้งปัญญาอันประเสริฐ


สัลเลโข วิริยัมหินา

พร้อมทั้งความเพียรเลิศ เป็นเครื่องขูดกิเลสหาย


มารา ละภันตุ โนกาสัง

โอกาสอย่าพึงมีแก่หมู่มารสิ้นทั้งหลาย


กาตุญจะ วิระเยสุ เม

เป็นช่องประทุษร้ายทำลายล้างความเพียรจม


พุทธาธิปะวะโร นาโถ

พระพุทธผู้บวรนาถ


ธัมโม นาโถ วะรุตตะโม

พระธรรมที่พึ่งอุดม


นาโถ ปัจเจกะพุทโธ จะ

พระปัจเจกะพุทธสม


สังโฆ นาโถตตะโร มะมัง

ทบพระสงฆ์ที่พึ่งผยอง


เตโสตตะมานุภาเวนะ

ด้วยอานุภาพนั้น


มาโรกาสัง ละภันตุ มา

ขอหมู่มารอย่าได้ช่อง


ทะสะปุญญานุภาเวนะ

ด้วยเดชบุญทั้งสิบป้อง


มาโรกาสัง ละภันตุ มา

อย่าเปิดโอกาสแก่มาร เทอญ.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น